STEM CELLS

Facebook
Twitter
Email

Stem cell คืออะไร ?

สเต็มเซลล์ (Stem Cells) หรือเซลล์ต้นกำเนิดเป็นเซลล์ที่มีอยู่ในร่างกายของคนเราตามธรรมชาติ ซึ่งเซลล์ปกติในร่างกายมนุษย์นั้นจะทำหน้าที่เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหน้าที่ของตนเองได้ เช่น เซลล์สมอง ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเซลล์ผิวหนังได้ อีกทั้งยังไม่สามารถพัฒนาหรือแบ่งตัวได้ ดังนั้นเมื่อเวลาผ่านไป เซลล์เหล่านี้ก็จะเสื่อมถอยหรือลดจำนวนลงตามธรรมชาติ

 

ดังนั้น นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ศึกษาด้าน stem cell จึงมีความพยายามนำเซลล์ต้นกำเนิดมาใช้เพื่อฟื้นฟูสภาพเสื่อมของร่างกายมนุษย์ โดยอาศัยลักษณะพิเศษของเซลล์ต้นกำเนิดที่สามารถแบ่งตัวขึ้นใหม่โดยที่ยังไม่ถูกกำหนดหน้าที่เฉพาะเจาะจงในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และเซลล์ไม่เฉพาะเจาะจงดังกล่าว ยังสามารถพัฒนาตัวเองไปเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจงได้มากกว่า 200 ชนิด อาทิ เซลล์เนื้อเยื่อ อวัยวะ และระบบต่างๆในร่างกาย หัวใจ สมอง ตับ และผิวหนัง เป็นต้น ทำให้ stem cell ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากสำหรับบุคลากรในวงการแพทย์ และวิทยาศาสตร์ รวมถึงเวชศาสตร์ฟื้นฟูสภาพเสื่อม (Regenerative Medicine)

Stem cell กับความงาม

การนำ stem cell มาใช้ในการเสริมความงามเพื่อรักษาผิวพรรณ โดยใช้ในรูปแบบการฉีด ซึ่ง stem cell ส่วนที่นำมาใช้เพื่อความงามนั้นจะเป็น stem cell จากสายสะดือเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากร่างกายของคนเราจะผลิต stem cell ได้ในปริมาณที่น้อยในการที่จะนำ stem cell มาใช้นั้นจะต้องมีการกระตุ้นให้เกิดเซลล์จำนวนมากขึ้นโดยการนำ stem cell ไปทำการเพาะเลี้ยงให้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

Stem Cell จะทำหน้าที่

  • ลดริ้วรอยและรักษารอยแผล ทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งและทำให้เซลล์ผิวโดยรวมดูอ่อนเยาว์อย่างเห็นได้ชัดเจน
  • ซ่อมแซมและฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพ เช่น ซ่อมแซมเซลล์ผิวที่ได้รับความเสียหายจาก UVB
  • เพิ่มความแข็งแรงให้กับผิวหนังชั้น dermis
  • เพิ่มเซลล์ fibroblasts ซึ่งเป็นเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตคอลลาเจนและอิลาสติน ให้กับผิวหนัง
  • กระตุ้นการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระ
  • กระตุ้นการทำงานของ growth factor และ cytokines ซึ่งสารเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน
  • ช่วยในการกระตุ้นคอลลาเจน

ตำแหน่งที่ฉีดในด้านความงาม

  1. ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Injection)
    เพื่อลดริ้วรอย, ร่องลึกต่างๆ ช่วยให้ผิวหน้าเต่งตึงเรียบเนียน รูขุมขนกระชับ ผิวกระจ่างใส เปล่งปลั่งมีออร่าอย่างเห็นได้ชัด เช่น หน้า คอ ร่องแก้มร่องใต้ตา หน้าผาก แก้ม เป็นต้น
    จำนวนเซลล์เริ่มต้น 2-3 ล้านเซลล์ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวหน้าและการประเมินของแพทย์

  2. ฉีดเข้าชั้นกล้ามเนื้อ (Intramuscular Injection (IM)
    เพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างเซลล์ผิวพรรณให้กระชับ เต่งตึงปรับสมดุลผิวเพื่อความขาวกระจ่างใส เปล่งเปลั่ง แข็งแรงอ่อนเยาว์ มีน้ำมีนวล ลบริ้วรอย ผิวพรรณเรียบเนียนทั่วเรือนร่าง และยังสามารถป้องกันผื่นแพ้ต่างๆ
    จำนวนเซลล์เริ่มต้น 5 ล้านเซลล์ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการประเมินของแพทย์

Cell therapy เซลล์บำบัด ทำงานอย่างไร?

แนวคิดของการทำเซลล์บำบัดก็คือ การฟื้นฟูเซลล์ ให้กลับมาแข็งแรงและมีคุณภาพดีอีกครั้ง หรือเป็นการซ่อมแซมเซลล์ที่เสื่อมสภาพให้กลับมาแข็งแรงนั่นเอง

ประกอบด้วย

  • การตรวจเช็คสภาพความสมบูรณ์ของเซลล์ การทำงานของระบบอวัยวะต่างในร่างกาย เพื่อให้รู้แนวโน้มของปัญหา และหาทางป้องกันไว้ก่อน
  • การขับของเสีย หรือขับสารพิษออกจากเซลล์ในระบบต่างๆ ของร่างกาย
  • การเติมสารอาหารที่เซลล์ต้องการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเซลล์ จนถึงการซ่อมเซลล์ เพิ่มเซลล์ใหม่ๆ ให้เซลล์กลับมาทำงานได้อย่างดี ตลอดจนดูแลกลไกควบคุมการทำงานของต่อมไร้ท่อ ที่ควบคุมกลไกลการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายให้อยู่ในสภาพสมดุลย์และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สเต็มเซลที่แยกออกมาแล้วสามารถเอามาใช้กับตนเองได้ ดังต่อไปนี้

  1. ฉีดเข้าเส้นเลือด เพื่อการซ่อมแซมฟื้นฟูร่างกาย โดยรวมทั่ว ๆ ไป โรคหลอดเลือดหัวใจและสมองเสื่อม เบาหวาน
  2. ฉีดเข้าสะโพก เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพของร่างกายกระตุ้นภูมิคุ้มกันและกระตุ้นผิวพรรณโดยทั่วไป
  3. ฉีดเข้าผิวหน้าและหลังมือ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นลดริ้วรอยและทําให้ผิวพรรณกระจ่างสดใสดูอ่อนเยาว์ขึ้น
  4.  ฉีดรอบดวงตา เพื่อป้องกันและฟื้นฟูภาวะจอประสาทตาเสื่อม
  5. ฉีดเข้าข้อเข่ารอบ ๆ ข้อกระดูกสันหลัง เพื่อลดการอักเสบและชะลอการเสื่อมของข้อ
  6.  ฉีดเข้าหนังศีรษะ เพื่อกระตุ้นและฟื้นฟูรากผม แก้ปัญหาผมบางและผมร่วง

นอกจากนี้แล้ว เครื่องนี้ยังมีคุณสมบัติที่จะสามารถ

  1. แยกและบ่งชี้ได้ว่าเซลที่แยกจากไขมันของเราออกมานั้นเป็นสเต็มเซลจริง ๆ 
  2. นับจํานวนสเต็มเซลที่ได้ว่ามีปริมาณมากน้อยเพียงใด
  3. บอกได้ว่าเซลที่แยกได้เป็นเซลที่ยังมีชีวิต (VIABLE and ACTIVE) กี่เปอร์เซ็นต์และสเต็มเซลที่เราแยกได้นี้ ยังสามารถที่จะนําไปผสมกับไขมันที่เราแยกออกมา แล้วฉีดกลับเข้าไปในบริเวณต่าง ๆ ของร่างกายที่ต้องการเพิ่มปริมาณหรือสัดส่วนของชั้นไขมันให้ได้สัดส่วนที่มีมิติสวยงาม (VOLUMETIC EFFECTS) เหมือนการฉีดฟิลเลอร์ได้อีกด้วย ซึ่งในกรณีนี้จะต้องทําการฉีดไขมันมากกว่าปกติถึง 2 เท่า โดยแบ่งครึ่งหนึ่งมาแยกเป็นสเต็มเซล แล้วผสมกับไขมันอีกครึ่ง ที่เหลือเพื่อฉีดกลับเข้าไป

โดยบริเวณที่นิยมทําการฉีดเติมสเต็มเซลกับไขมัน ได้แก่ หน้าอก บริเวณใบหน้า เช่น แก้มตอบ ร่องแก้ม และขมับ เป็นต้น

สเต็มเซลล์ (Stem Cell) หรือ เซลล์ต้นกําเนิด คือเซลล์ของสิ่งมีชีวิตที่มีศักยภาพ ที่จะแบ่งตัวและพัฒนาไปเป็นเซลล์ชนิดอื่น ๆ ได้ เพื่อใช้ในการทดแทนและซ่อมแซมอวัยวะ ที่เสื่อมสภาพจากโรค และความชรา ทุก ๆ วันร่างกายของเรา จะมีการตายของเซลล์เกิดขึ้น เช่น การตายของเซลล์ชั้นบนของผิวหนังที่กลายเป็นขี้ไคล หรือการตายของเม็ดเลือดแดง (ที่มีอายุเพียง 120 วัน) ในคนที่มีอายุน้อย สเต็มเซลล์ก็จะสามารถแบ่งตัวมาทดแทนเซลล์ที่ตายเหล่านี้ได้ แต่เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น ปริมาณสเต็มเซลล์ที่เรามีอยู่ก็จะน้อยลงหรือมีการเสื่อมสภาพไป ผลที่เกิดขึ้นก็คือความเสื่อมในทุก ๆ อวัยวะและโรคในผู้สูงอายุ เนื่องจากปราศจากการซ่อมแซมจากสเต็มเซลล์ที่มีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุผลดังกล่าว นักวิทยาศาสตร์จึงให้ความสนใจต่อการเพาะเลี้ยง สเต็มเซลล์ โดยหวังที่จะมาใช้ในการรักษาโรคถือเป็นวิทยาการใหม่ที่เรียกว่า Regenerative medicine (เวชศาสตร์ฟื้นฟูสุขภาพ) คือการใช้เซลล์มาช่วยในการรักษาโรค (cell-base therapy) แทนที่จะใช้แต่ยา เพียงอย่างเดียว

ความปลอดภัย : จะได้ ใบรับรองการนับจำนวนเซลล์ Mycroplasma, Hepatitis B, Hepatitis, HIV, Bacterial และ Endotoxin จึงทำให้คุณมั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับจำนวนเซลล์ในปริมานที่แน่นอน

Stem Cells

Growth Factor

Cell therapy course

ปรึกษาด้านการทำ Stem Cells
Line: @bkindclinic
โทร: 094-924-6463
#BkindClinic #คลินิกความงาม #Stemcells #ศาสตร์การชะลอวัย #เทรนใหม่สำหรับคนรักสุขภาพ